ทนายคดียาเสพติด

ยาเสพติด มีหลากหลายชนิด หลากหลายประเภท เช่น ยาบ้า ยาอี กัญชา ฝิ่น เฮโรอิน มอร์ฟีน โคคาอีน กระท่อมฯ ซึ่งในแต่ละชนิดก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและร่างกายของเราแตกต่างกันไปตามความร้ายแรงของยาเสพติดชนิดนั้นๆ โทษหรือฐานความผิดก็มีความร้ายแรงแตกต่างกันไปด้วย สูงสุดถึงประหารชีวิตกันเลยทีเดียว แต่ใช่ว่าทุกครั้งที่ผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหา หรือจำเลย ถูกจับกุม ถูกฟ้องต่อศาล คนเหล่านั้นใช่ว่าจะได้กระทำความผิดเสมอไปไม่ จากข่าวคราวทางสื่อต่างๆเราคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าการใส่ร้ายป้ายสี การใส่ความกลั่นแกล้ง ปรักปรำผู้อื่น เพื่อผลประโยชน์ของตนในทางใดทางหนึ่งหรือพวกพ้อง รวมถึงการโยนความผิดให้กับผู้อื่นเพื่อให้ตนหลุดพ้นจากความผิดนั้นมีอยู่จริงเคียงคู่กับสังคมของเรามาอย่างช้านานแล้ว แต่การอ้างว่าตนเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ได้กระทำความผิดนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ มิใช่เพียงแค่เพียงการกู่ก้องร้องบอกต่อผู้อื่นว่าตนเองเป็นผู้บริสุทธิ์แล้วศาลจะเชื่อรอดคุกเสมอไป แต่เราต้องนำพยานหลักฐานต่างๆมาพิสูจน์ให้ศาลเห็นด้วยว่าตนไม่ได้กระทำความผิดดังที่ถูกกล่าวหา ยิ่งการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ต้องทำตามกฎ กติกา ที่กำหนดไว้ตามบทบัญญัติของกฎหมายด้วยแล้ว ผู้ที่ไม่รู้กฎหมายย่อมตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบในเชิงคดี ตามที่ชาวบ้านมักจะพูดกันว่า “ติดคุกไปแล้วครึ่งตัว” นั้นเอง

ดังนั้น การต่อสู้แก้คดีสำหรับคดียาเสพติด ทนายความจะต้องมีความรู้และเชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก หากจำเลยทำความผิดจริงควรแนะนำให้รับสารภาพและหาทนายความเพื่อดำเนินการยื่นคำร้องแถลงการณ์ประกอบคำรับสารภาพขอให้ศาลลงโทษสถานเบาหรือสืบเสาะก่อนมีคำพิพากษา  แต่หากไม่ได้กระทำความผิดก็ต้องรีบหาทนายความที่มีความรู้ความชำนัญการด้านคดียาเสพติดโดยเร็วเพื่อวางรูปคดี แนวทางการสืบพยาน เตรียมพยานตลอดจนร้องขอความเป็นธรรมต่อหน่วยงานภาครัฐต่างๆโดยเร็ว “ยิ่งเร็วยิ่งมีโอกาส” ก็จะมีโอกาสชนะคดีกอบกู้ความเป็นธรรมให้กับตนเองได้

บทความโดย: อาจารย์พิพัชร์สร เสนาธรรมรักษ์ ที่ปรึกษาอาวุโสผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารและพัฒนาองค์กร